เว็บไซต์ที่รวบรวมสาระความรู้ด้านความสวยความงาม การแต่งหน้า สุขภาพ ความรัก ความสัมพันธ์ การดูแลเด็ก ข่าวสารที่มีประโยชน์เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ความงามโดยตรง และเป็นเจ้าของเครื่องสำอาง Carina และ Aurafair อีกด้วย

Saturday, 19 Apr 2014


ผลิตภัณฑ์ที่ได้ทดสอบและเลือกสรรให้เพื่อนๆ ได้นำไปใช้เพิ่มและคงความงามไว้แสนนาน
คลิกที่นี่ หรือที่ภาพเพื่อดูรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ว่าทำอะไรให้เพื่อนๆ ได้บ้างค่ะ

ระดับของการลอกผิว

ระดับของการลอกผิว

 

ในหลายๆ ตอนที่ผ่านมา womanandkid ได้เสนอถึงวิธีการลอกผิว ที่มักจะได้ผลดีที่ทำให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งสดใสขึ้น เนื่องจากเป็นการผลัดเอาหน้าเก่าทิ้งไปแล้วเอาหน้าใหม่เปลี่ยนเข้ามา (ในคนๆ เดิม) เหตุที่เป็นดังนี้ได้ ก็เพราะเซลล์ผิวหน้าเก่าๆ ที่เสื่อมโทรมสภาพเสียหาย ได้โดนลอกทิ้งไป และจะถูกแทนที่ด้วยเซลล์ใหม่ๆ นั่นเอง มาคราวนี้ womanandkid ขอเสนอบทความที่เกี่ยวกับการลอกผิวอีกสักนิด เพื่อให้สาวๆ ได้มีความเข้าใจกันอย่างถ่องแท้กันไปเลย ว่าระดับความลึกในการลอกผิวนั้น แบ่งเป็นอย่างไรบ้างค่ะ


ความลึกขนาดต่างๆ


- การลอกผิวด้วยสารเคมีในระดับตื้น (Superficial Peeling)

การลอกผิวแบบนี้เหมาะกับฝ้าตื้น หรือการต้องการเพียงแต่นำความสกปรกต่างๆ ออกจากรูขุมขน วิธีการก็เช่นการลอกเซลล์ผิวด้วยกรดผลไม้ต่างๆ โดยกรดที่ใช้บ่อยได้แก่ กรดไกลโคลิก (Glycolic acid) และ กรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) การลอกเซลล์ผิวทิ้งแบบนี้จะทำให้เซลล์หนังกำพร้าที่มีเม็ดสีเข้มกว่าปกติลอกหลุดจากผิวเร็วขึ้น เมื่อเซลล์ผิวใหม่เจริญเติบโตขึ้นมาก็จะทำให้ฝ้าบริเวณนั้นจางลง กรดผลไม้ที่ใช้จะค่อนข้างเข้มข้น ดังนั้นจะต้องระวังการเข้าตา ระวังการเกิดการไหม้ที่ผิวหนังเพราะจะทำให้เป็นแผลเป็นได้ วิธีการคือทายาทิ้งไว้ 2 - 3 นาที ก็จะเช็ดน้ำยานั้นออกด้วยน้ำเปล่า ผิวหน้าอาจบวมขึ้นเล็กน้อยหลังจากนั้น หลังลอกหน้าผิวจะไวต่อแสงจึงต้องใช้ยากันแดดที่มีค่า SPF อย่างต่ำ 15 ทาทุกวัน และใน  2 - 3 วันต่อมาผิวจะเริ่มลอก รอยด่างดำจะหายไปบ้าง บางครั้งอาจต้องลอกหน้าต่อเนื่องกันประมาณ 6 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะห่างกัน 2 - 3 สัปดาห์ เพื่อให้ได้ผลดี


- การลอกผิวด้วยสารเคมีในระดับปานกลาง (medium peels)

ถ้าผิวมีปัญหาค่อนข้างมาก เช่นมีรอยด่างดำมากๆ มีแผลเป็นหลุมเป็นบ่อ รอยตีนกา ริ้วรอยเหี่ยวย่นปานกลางไปจนถึงมาก อาจจะจำเป็นต้องลอกหน้าชนิดลึกปานกลาง การลอกหน้าชนิดนี้จะลอกผิวหนังชั้นขี้ไคล และชั้นหนังกำพร้า และส่วนบนของชั้นหนังแท้ให้หลุดลอกออกมา จึงต้องใช้น้ำยาที่แรงกว่าและทาทิ้งไว้นานกว่าการลอกหน้าชนิดตื้น (อาจจะทิ้งไว้นานถึง 2-3 ชั่วโมง) กว่าที่ผิวจะลอกเสร็จจะใช้เวลานานถึง 1-2 สัปดาห์ ดังนั้นผู้ที่ต้องการลอกผิวแบบปานกลางนี้จะต้องหาเวลาที่สามารถหยุดอยู่กับบ้านเฉยๆ ได้นานในช่วงเวลาดังกล่าว การลอกหน้าชนิดปานกลางจะได้ผลชัดเจนกว่าการลอกหน้าชนิดตื้น แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดแผลได้มากกว่า ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจลอกผิวด้วยความลึกปานกลางนี้ ควรจะทดลองลอกผิวแบบตื้นดูก่อน ถ้าไม่ได้ผลค่อยเพิ่มระดับความลึกลงก็ไม่เสียหายอะไรค่ะ

- การลอกผิวด้วยสารเคมีในระดับลึก (Deep Peeling)

งานนี้จะเหมาะกับฝ้าแบบฝังลึก โดยจะใช้กรดไตรคลอโรอะซิติก (Trichloroacetic acid) ในการลอกเพราะมีฤทธิ์กัดสูงกว่า เนื่องจากเป็นการลอกเซลล์ผิวในระดับลึก จึงต้องใช้ความระมัดระวังและความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ คือทำโดยแพทย์เท่านั้น นอกจากนี้อาจพบผลแทรกซ้อนอื่นๆ ภายหลังได้เช่น แผลเป็น รอยดำ หรือการติดเชื้อทั้งแบคทีเรียและไวรัส โดยเฉพาะไวรัสเริม (เนื่องจากผิวหนังที่ทำหน้าที่ป้องกันเชื้อโรคต่างๆ ได้ถูกทำลายไปในช่วงเวลาที่เซลล์ใหม่ยังไม่เจริญเติบโตขึ้นมา) สิ่งที่สำคัญมากหลังการลอกผิวคือการหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดด และทาครีมกันแดดให้สม่ำ เสมอ ถ้ามีอาการไม่พึงประสงค์อื่นเช่นแสบ เจ็บ บวมมาก ควรรีบกลับมาปรึกษาแพทย์โดยเร็ว

 

ผลที่คิดว่าจะได้จากการลอกผิว


1. วิธีนี้สามารถใช้รักษาสิวได้ เพราะการลอกเอาเซลล์ผิวออกจะช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวได้

2. ใช้รักษาร่องรอย แผลเป็น จากสิว

3. ใช้รักษาสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอบนใบหน้า สีผิวที่ไม่เสมอนี้อาจจะเกิดจาก กระ ฝ้าชนิดตื้น หรือกระแดดก็ได้ โดยที่ความผิดปกติของสีผิวนี้จะอยู่ในชั้นหนังกำพร้า แต่กับรอยบางอย่างที่เกิดจากความผิดปกติที่อยู่ลึกลงไปอีก เช่น ไฝ ขี้แมลงวัน รอยดำ การลอกผิวด้วยสารเคมีอาจจะไม่สามารถช่วยรักษาได้

4. ใช้รักษาริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ซึ่งจะต้องเป็นรอยที่อยู่ในระดับตื้นๆ


การดูแลหลังจากการลอกผิว


ลักษณะของผิวบริเวณที่ถูกลอกออกไป จะขึ้นกับความลึกในการลอกผิว ถ้าทำการลอกผิวเพียงตื้นๆ อาจไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน คืออาจจะเห็นลักษณะของผิวที่ลอกออกมาเป็นขุยๆ เหมือนกับโดนแดดตามปกติ การใช้ครีมเพิ่มความชุ่มชื้น (moisturizer) จะช่วยให้ผิวกลับสู่สภาพปกติได้ ผิวหลังการลอกออกจะไวต่อแสงแดด จึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยเฉพาะช่วงเวลาระหว่าง 10 โมงเช้าถึง 3 โมงเย็น ถ้าจำเป็นต้องออกไปกลางแดดควรกางร่มหรือใช้ครีมกันแดดที่มี SPF 15 เป็นอย่างน้อยทาป้องกันเสียก่อน จนกว่าเซลล์ผิวชุดใหม่จะเจริญเติบโตขึ้นมาแทนที่ ซึ่งจะใช้เวลาราวๆ 1-2 สัปดาห์


เป็นอย่างไรบ้างคะ คราวนี้สาวๆ ก็จะได้รู้แล้วว่า จากลักษณะของผิวของเราที่มีอยู่ ก็ยังมีวิธีอีกมากที่สามารถทำให้ผิวหน้าเรียบเนียนได้ แต่ทางที่ดี ถ้าสามารถรักษาผิวหน้าให้เรียบเนียนไว้ได้ตั้งแต่ต้น ก็จะเป็นการดีที่สุดเชียวล่ะค่ะ เพราะอย่างน้อยๆ การลอกผิวแม้จะเป็นเพียงระดับตื้น ก็ต้องมีอาการแสบๆ คันๆ กันบ้างล่ะสิน่า จริงไหมล่ะคะ

 

สถิติการเข้าชมบทความ 

Content View Hits : 1306567